และแล้วแสงสว่างก็สาดส่องเข้ามา
และแล้วการเดินทางในอัลบั้ม Lover ก็มาถึงบทสรุปที่สวยงามที่สุดในเพลง "Daylight" นี่คือเพลงปิดท้ายที่ทำหน้าที่เหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์ เป็นการยอมรับในบาดแผลและความผิดพลาดทั้งหมดที่ผ่านมา และก้าวเดินต่อไปสู่แสงสว่างของวันใหม่ เทย์เลอร์ สวิฟต์ เคยบอกว่าถ้าอัลบั้ม reputation คือค่ำคืนที่มืดมิดและยาวนาน อัลบั้ม Lover ก็คือแสงแดดที่สาดส่องเข้ามา และเพลงนี้ก็คือบทสรุปของแสงแดดนั้น
ก้าวเข้าสู่แสงสว่าง...และปล่อยมันไป
ก่อนที่อัลบั้มนี้จะปล่อยออกมา เทย์เลอร์เคยเขียนบทความให้นิตยสาร Elle และทิ้งท้ายไว้ว่า "ฉันได้เรียนรู้ที่จะให้อภัยตัวเองที่เลือกผิดพลาด... จงก้าวเข้าสู่แสงสว่างและปล่อยมันไป" ซึ่งประโยคนี้ก็ได้กลายมาเป็นหัวใจหลักของเพลง "Daylight"
เพลงนี้คือการมองย้อนกลับไปในอดีตที่เคยสับสนและเจ็บปวดกับความรัก แต่เมื่อได้พบกับใครคนหนึ่งที่ใช่ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป โลกที่เคยเป็นสีขาวดำหรือสีแดงฉานที่แผดเผา ก็ได้กลายเป็น "สีทอง" ที่ส่องสว่างเหมือนแสงตะวัน
แกะเนื้อเพลง: จากรัตติกาลสู่รุ่งอรุณ
ทุกท่อนในเพลงนี้คือการเดินทางจากความมืดมิดในอดีตสู่ปัจจุบันที่สว่างไสว
"My love was as cruel as the cities I lived in" (ความรักของฉันมันโหดร้ายเหมือนกับเมืองที่ฉันเคยอยู่): เป็นการยอมรับว่าความรักในอดีตของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและวุ่นวาย
"I've been sleepin' so long in a twenty-year dark night / And now I see daylight, I only see daylight" (ฉันหลับใหลมานานในค่ำคืนที่มืดมิดยาวนาน 20 ปี / และตอนนี้ฉันได้เห็นแสงสว่าง, ฉันเห็นเพียงแค่แสงสว่างเท่านั้น): "ค่ำคืนที่มืดมิด 20 ปี" คือภาพเปรียบเปรยถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาในชีวิตของเธอ ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจผิดและความสับสนเกี่ยวกับความรัก รวมถึงยุค reputation ที่เป็นเหมือนมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ และการได้พบกับความรักครั้งนี้ก็เหมือนการได้ตื่นขึ้นมาเจอแสงสว่างเป็นครั้งแรก
"I once believed love would be (burnin' red) / But it's golden / Like daylight" (ฉันเคยเชื่อว่าความรักมันคือ (สีแดงที่แผดเผา) / แต่มันคือสีทอง / เหมือนกับแสงตะวัน): คือท่อนที่เชื่อมโยงไปยังอัลบั้ม Red ของเธอโดยตรง เป็นการบอกว่ามุมมองความรักของเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว จากความรักที่เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรง, ความเจ็บปวด, และความไม่แน่นอน วันนี้เธอได้ค้นพบแล้วว่ารักแท้ที่ยั่งยืนนั้นไม่ได้ร้อนแรง แต่กลับอบอุ่นและมั่นคงเหมือน 'สีทอง' ของแสงตะวัน (golden like daylight)
"You are what you love" (คุณคือสิ่งที่คุณรัก): เพลงนี้จบลงด้วยเสียงพูดของเทย์เลอร์ ซึ่งเป็นเหมือนบทสรุปที่เธอได้เรียนรู้หลังผ่านพ้นค่ำคืนอันมืดมิดของยุค reputation ว่าสุดท้ายแล้ว ตัวตนของเราไม่ได้ถูกกำหนดจากสิ่งที่เกลียดชัง, ความกลัว, หรือบาดแผลที่คอยหลอกหลอน แต่ถูกสร้างขึ้นจากสิ่งที่เรา 'เลือก' ที่จะรักและมอบหัวใจให้ต่างหาก
บทสรุปจาก "Daylight": เพราะสุดท้าย...เราคือสิ่งที่เราเลือกที่จะรัก
"Daylight" คือบทเพลงที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการปิดฉากอัลบั้ม Lover มันคือการเดินทางที่ครบถ้วน ตั้งแต่การยอมรับในบาดแผล, การเรียนรู้ที่จะรัก, และสุดท้ายคือการเรียนรู้ที่จะให้อภัยตัวเอง เพลงนี้คือข้อความที่ทรงพลังที่บอกเราว่า ไม่ว่าอดีตจะมืดมนแค่ไหน เราทุกคนก็สามารถเริ่มต้นใหม่ในแสงสว่างได้เสมอ
เพลงนี้เปิดตัวที่อันดับ 89 บนชาร์ต Billboard Hot 100 และได้กลายเป็นเพลงชาติของแฟน ๆ ที่ต้องการจะก้าวข้ามผ่านอดีตและเริ่มต้นใหม่