แล้วจะทำไม...ถ้าการเป็นคนเลวมันรู้สึกดีขนาดนี้?
เคยไหมที่รู้สึกว่าความอดทนของคุณมันหมดลงแล้ว? "I Did Something Bad" คือเพลงชาติของความรู้สึกนั้น มันคือวันที่นางพญาในตัวเราเลิกขอร้อง แล้วตัดสินใจใส่เกราะกลับคืนมาอีกครั้ง นี่คือเพลงที่เธอเลิกตั้งคำถาม เลิกขอร้อง แต่หันมาประกาศกร้าวว่า "ใช่ ฉันทำเรื่องร้าย ๆ ลงไป...แล้วจะทำไมล่ะ ในเมื่อมันรู้สึกดีขนาดนี้?" เพลงนี้คือเสียงระเบิดของความอดทนที่สิ้นสุดลง และคือการโอบกอดภาพลักษณ์ "ตัวร้าย" ที่คนอื่นยัดเยียดให้มาอย่างเต็มภาคภูมิ
บางครั้ง...การเป็นตัวร้ายก็จำเป็น
เพลงนี้คือซาวด์แทร็กของความรู้สึกนั้น...วันที่เราเลิกยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำ แล้วตัดสินใจที่จะลุกขึ้นมาสู้กลับ และเมื่อเราทำ...มันกลับรู้สึกดีอย่างน่าประหลาดใจ เทย์เลอร์หยิบเอาความรู้สึกสะใจลึกๆ นี้มาขยายให้กลายเป็นเพลงชาติของคนที่ถูกผลักจนหลังชนฝา นี่ไม่ใช่แค่การปกป้องตัวเอง แต่มันคือการ 'ทวงคืนอำนาจ' ในการเล่าเรื่องของตัวเองกลับคืนมา หลังจากที่ถูกคนอื่นยัดเยียดบท 'นางร้าย' ให้มาโดยตลอด มันคือการบอกว่า 'ในเมื่อพวกเธออยากเห็นฉันร้ายนักใช่ไหม...ก็ได้ ฉันจะเป็นให้ดู'
แกะเนื้อเพลง: เบื้องหลังคำสารภาพสุดแซ่บ
ทุกท่อนในเพลงนี้คือคำสารภาพที่ไม่ได้มีความสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเต็มไปด้วยความสะใจ
"If a man talks shit, then I owe him nothin' / I don't regret it one bit, 'cause he had it comin'" (ถ้าผู้ชายพูดจาห่วย ๆ, ฉันก็ไม่ติดค้างอะไรเขาทั้งนั้น / ฉันไม่เสียใจเลยสักนิด, เพราะเขาสมควรโดนแล้ว): เธอจะไม่ยอมทนกับคำพูดแย่ ๆ อีกต่อไป และการตอบโต้กลับไปก็คือสิ่งที่คนเหล่านั้นสมควรได้รับ
"They say I did something bad / Then why's it feel so good?" (พวกเขาบอกว่าฉันทำเรื่องเลวร้ายลงไป / แล้วทำไมมันถึงรู้สึกดีขนาดนี้ล่ะ?): นี่คือท่อนฮุคที่ทรงพลังและเป็นหัวใจของเพลง มันคือการตั้งคำถามกลับไปที่สังคมว่า "สิ่งที่คุณตราหน้าว่า 'เลว' มันอาจจะเป็นแค่การที่ฉันลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองก็ได้...แล้วการปกป้องตัวเองมันผิดตรงไหน?"
"They're burning all the witches, even if you aren't one / So light me up" (พวกเขากำลังเผาแม่มดทุกคน, แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็น / งั้นก็จุดไฟเผาฉันเลยสิ): คือท่อนที่ทรงพลังที่สุดในเพลง เธอเปรียบเทียบการล่าแม่มดในอดีตกับการที่สังคมสมัยนี้พร้อมจะตัดสินและทำลายผู้หญิงที่แข็งแกร่ง และแทนที่จะกลัว เธอกลับท้าทายว่า "ถ้าอยากจะเผานัก ก็เข้ามาเลย" เพราะเธอรู้ดีว่าเธอจะฟื้นจากกองเถ้าถ่านขึ้นมาได้แข็งแกร่งกว่าเดิม
บทสรุปจาก "I Did Something Bad": แล้วมันผิดตรงไหน...ที่จะปกป้องตัวเอง?
"I Did Something Bad" ไม่ใช่แค่เพลงแก้แค้น แต่มันคือเพลงชาติของคนที่เรียนรู้ที่จะรักและปกป้องตัวเอง มันคือการเปลี่ยนจากเหยื่อมาเป็นผู้รอดชีวิต และคือการค้นพบว่าบางครั้ง...พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็มาจากการที่เราเลิกแคร์ว่าใครจะมองเราว่าดีหรือร้าย และหันมาทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อตัวเอง
เพลงนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงโปรดของแฟน ๆ ในคอนเสิร์ต ด้วยโปรดักชันสุดอลังการและท่อนดร็อปที่หนักหน่วงจนพื้นสะเทือน เป็นการปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ